นายสมชาย ตรีรัตนนุกูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค ในเครือจัสมินกรุ๊ป กล่าวว่าธุรกิจของจัสเทล เติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่อง นับจากปี 50 มีรายได้ 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 380 ล้านบาท ในปี 51 และในปี 52 ที่ผ่านมามีรายได้รวมกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ทั้งนี้เป็นผลมาจาก การขยายตัวของธุรกิจบรอดแบนด์ และอินเทอร์เน็ต ทำให้มีความต้องการเข้าถึงคอนเทนต์ และแอปพลิเคชั่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันในช่วงธุรกิจทั่วโลกชะลอตัวลง องค์กรข้ามชาติต่างๆ หันมาพัฒนาระบบไอทีเชื่อมโยงธุรกรรมออนไลน์ระหว่างสาขา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ส่งผลให้ธุรกิจบริการเกตเวย์ และการสื่อสารข้อมูลระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนต้นน้ำ ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริการใหม่ๆ ของจัสเทลที่เปิดตัวให้บริการในปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีไม่ว่าจะเป็น Global IP-VPN ซึ่งเป็นบริการเชื่อมโยงสาขาขององค์กรข้ามชาติในการทำธุรกรรมออนไลน์ บริการ Global Tier-1 IP Transit ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ และบริการ Global Co-Location and Data Center นายสมชายกล่าวว่าเป้าหมายของจัสเทลใน 3-5 ปีข้างหน้าจะร่วมผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อด้านไอซีทีของภูมิภาคโดยขณะนี้จัสเทลกำลังเร่งดำเนินการขยายเกตเวย์เชื่อมต่อตรงกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา และจีนตอนใต้ เพื่อสร้างเป็นเครือข่ายความเร็วสูง แบบใยแมงมุม ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลาง และมีประตูเข้าออกไทยได้มากที่สุดถึง 7 ทิศทาง ประกอบด้วย ภาคพื้นดิน 4 ทิศทาง (มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา) เคเบิลใต้น้ำ 2 ทิศทาง (อันดามัน กับอ่าวไทย) และทางอากาศ ผ่านดาวเทียม ซึ่งนอกเหนือจากการสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงกันแล้ว ในการเป็นฮับนั้นจะต้องมีศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงที่ครบวงจร จัสเทลมีแผนขยายศูนย์ติดตั้งอุปกรณ์โทรคมนาคมและแลกเปลี่ยนข้อมูล (Co-Location and Data Center) เพิ่มขึ้นอีก 3-4 เท่าตัวบนพื้นที่ ชั้น 5 อาคารจัสมิน ถนนแจ้งวัฒนะและกำลังเร่งขยายชุมสายแลกเปลี่ยนอินเทอร์เน็ตในประเทศ (NIX) ชุมสายแลกเปลี่ยนอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ (IIG) และติดตั้ง Over Sea POP อีก 5-6 แห่งทั่วโลก เพื่อเชื่อมต่อตรงกับคอนเทนท์ในต่างประเทศ โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 800-900 ล้านบาทในปี 2553 เพื่อรองรับการขยายตัวของลูกค้า และส่งผลให้คนไทยได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต คอนเทนต์ และแอปพลิเคชั่น ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพในราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ด้านนายวิทยา ลักษวุธ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย จัสเทลกล่าวว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จัสเทลถือว่าประสบความสำเร็จ เชิงรายได้ แบบก้าวกระโดดต่อเนื่อง จากแผนยุทธศาสตร์ และการดำเนินกิจกรรมการตลาดเชิงรุกทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างหนักและคาดว่าในปี 2553 นี้จัสเทลจะมีรายได้ทะลุ 1,200 ล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% โดยเริ่มจากการเดินสายโรดโชว์งาน PTC 2010 ที่ฮาวาย สหรัฐอเมริกา ตามด้วยงาน APNIC ที่มาเลเซีย และ World Carriers Conference ที่ฮ่องกง ส่วนในประเทศไทยจะมีการดำเนินกิจกรรมการตลาดร่วมกับพันธมิตรในรูปแบบขายส่งและขายปลีกมากขึ้น โดยเฉพาะการจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการนำโครงข่ายสื่อสารเส้นใยแก้วนำแสงของ กฟผ. มาเชื่อมโยงให้บริการแก่ลูกค้ามากขึ้น Company Related Links : JasTel |

